• Tue. May 17th, 2022

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ผลบอล ตารางแข่ง ลิงก์ดูบอลสด ข่าวกีฬา ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก

อัพเดตตลอด 24ชม.ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ บอลไทย บอลต่างประเทศ ครบทุกคู่ทุกลีก ไม่พลาดการทำประตูสำคัญ บทวิเคราะห์ ทรรศนะจากเซียนบอล ทั้งบอลไทย และบอลนอก

แมนฯ ซิตี้ เปิดรังเฉือน เรอัล มาดริด สุดมัน 4-3 รอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก

ByLouella Mccoy

Apr 27, 2022
แมนซิตี้เปิดรังเฉือนเรอัลมาดริด

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2021-2022 รอบรองชนะเลิศนัดแรก เป็นการเจอกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเหย้า เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด

แมนซิตี้เปิดรังเฉือนเรอัลมาดริด1

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ปรึกษาเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามแนวรุกเป็น ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และก็ ฟิล โฟเด้น

ด้านทีมเยือนของ คาร์โล อันเชล็อตติ วางหมากมาในแผน 4-3-3 เช่นกัน ใช้สามแนวรุกเป็น โรดรีโก้, คาริม เบนเซมา และก็ วินิซิอุส จูเนียร์

ครึ่งแรกมาเพียงแค่ 2 นาที แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ พาบอลลากเลื้อยจากฝั่งขวามาหน้าจุดโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เควิน เดอ บรอยน์ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 11 แมนฯ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส พลิกบอลหนี ดาวิด อลาบา ก่อนยิงด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

นาทีที่ 33 เรอัล มาดริด ไล่มาเป็น 1-2 จาก คาริม เบนเซมา ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาทีที่ 53 แมนฯซิตี้ หนีเป็น 3-1 จาก ฟิล โฟเดน ต่อจากนั้นนาทีที่ 55 เรอัล มาดริด ไล่มาเป็น 2-3 จาก วินิซิอุส จูเนียร์

แมนซิตี้เปิดรังเฉือนเรอัลมาดริด2

ถึงนาทีที่ 74 แมนฯ ซิตี้ ขยับหนีเป็น 4-2 จาก แบร์นาโด ซิลวา แต่นาทีที่ 82 เรอัล มาดริด ไล่มาเป็น 3-4 จากการยิงจุดโทษของ คาริม เบนเซมา

ขณะที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เรอัล มาดริด ไป 4-3 รอลุ้นต่อนัดสองที่ ซานติอาโก เบร์นาเบว รังเหย้าของเรอัล มาดริด

รายนามผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน – จอห์น สโตนส์ (แฟร์นานดินโญ่ น.36), รูเบน ดิอาส, อายเมริค ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี, แบร์นาโด ซิลวา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส (ราฮีม สเตอร์ลิง น.83), ฟิล โฟเดน

เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี คาร์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ดาวิด อลาบา (นาโช่ แฟร์นานเดซ น.46), แฟร์กล็องด์ เมนดี – โทนี โครส, ลูก้า โมดริช (ดานี่ เซบายอส น.79), เฟเดริโก วัลเวล์เด้ – โรดรีโก้ (เอดูอาร์โด้ คามาวินก้า น.70), คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์ (มาร์โก อาเซนซิโอ้ น.88)